"มาฮอมเบิกดูแห้งเต็มที จะเอาอะไรมาเล่น วนไปวนมาสักสองสามเที่ยว ตกลงซื้อกรามโมโฟน
กล่าวคือไอ้อ้อแอ้ แต่เป็นอ้อแอ้เพลงฝรั่ง อยู่มาหน่อยหนึ่งพวกนักปราชญ์ราชบัณฑิตในเรื่องเพลง
ส่งเพลงไทยมาให้สามสี่แผ่น เพลงแสนเสนาะ นั้น เพลงหนึ่ง ยายส้มจีนเป็นผู้ร้อง
ละครเรื่องสุวรรณหงส์ ต้นอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง แกะบายศรีมหาราช เสภาเรื่องพระไวยตีเมีย ไม่ครบท่อน
มีสามอย่างเท่านั้น ฟังทุกวันจนจดจำได้ แล้วหัวเราะได้ทุกวัน ตั้งแต่มาถึงนี่จนวันนี้ ครั้นวันนี้ได้เพลงไทยมาเสียใหญ่
มียี่เกและเทศน์ชูชกอะไรต่างๆ ตกลงเลยฟังของเรานั้นเอง เพลงฝรั่งไม่ยักได้ฟัง"
พระราชหัตถเลขาที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน
(คืนที่ ๑๖๐ - วันจันทร์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๑)
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ ขณะประทับแรม ณ. เมือง Hamburg ประเทศเยอรมนี

เพลงสรรเสริญพระบารมีจากแผ่นสยามปาเต๊ะชนิดร่องกลับทาง


เพลงสรรเสริญพระบารมีในสมัยรัชกาลที่๕
(จานเสียงปาเต๊ะ พ.ศ. ๒๔๕๐)




(บน) แจ้งความ (โฆษณา) แผ่นเสียงปาเต๊ะร่องกลับทาง
จากหนังสือพิมพ์จีโนสยามวารศัพท์ ช่วงประมาณปีพ.ศ. ๒๔๕๐



(บน) เครื่องเล่นจานเสียงรุ่นแรกของปาเต๊ะ
เรียกว่ารุ่น ปาเต๊ะ เอ เริ่มออกขายในปีพ.ศ. ๒๔๔๘.





(บน) แคตาล๊อคแนะนำเครื่องเล่นจานเสียงปาเต๊ะรุ่นเอ





(บน) แผ่นเสียงปาเต๊ะชนิดใช้เข็มเพชรและเล่นแบบร่องกลับทาง
"เพลงสรรเสริญพระบารมี" ที่บันทึกเสียงช่วงพ.ศ. ๒๔๕๐






คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีจากแผ่นเสียงปาเต๊ะ


แรกมีเพลง
สรรเสริญพระบารมี
บนแผ่นเสียง


ตามประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานยืนยัน "เพลงสรรเสริญพระบารมี" เริ่มมีการบันทึกเสียงครั้งแรกในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง (ประมาณปี พ.ศ. 2450) ผู้ขับร้องในขณะนั้นจัดเป็นนักร้องดีประจำพระราชสำนัก ได้แก่ แม่ปุ่น และ แม่แป้น บรรเลงดนตรีประกอบโดยแตรวงกรมทหารราบที่ 3 เป็นการบันทึกเสียงลงแผ่นเสียงยี่ห้อ ปาเต๊ะ ของฝรั่งเศส เป็นแผ่นเสียงชนิด "ร่องกลับทาง" (Center Start Disc) หมายถึงต้องวางเข็มจากตรงกลางแผ่นและเข็มจะหมุนทวนไปสุดขอบแผ่น บางคนในสมัยนั้นเรียกแผ่นเสียงชนิดนี้ว่า "แผ่นกลับซ้าย" และเข็มที่ใช้เล่นกับแผ่นเสียงชนิดนี้ต้องใช้เข็มเพชรหัวมนเท่านั้น ไม่ใช่เข็มเหล็กปลายแหลมอย่างที่หลายคนคุ้นเคย แผ่นเสียงที่บันทึก "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ตราปาเต๊ะนี้มีหมายเลขประจำแผ่นคือ 47037 หน้าตราของแผ่นที่ระบุชื่อเพลงและผู้ขับร้องเป็นแบบชนิด "เซาะร่อง-ปาดสี" (Engraved Label) สีที่ใช้สำหรับปาด บริษัทปาเต๊ะกำหนดให้ใช้ดินสีเหลืองเป็นสำคัญ (Yellow ochre pigment) เพราะสีเหลืองเป็นสีที่ตัดกับสีดำซึ่งเป็นสีของครั่งจึงทำให้หน้าตราแผ่นเสียงเห็นเด่นชัด ต่างจากแผ่นเสียงทั่วไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มักใช้หน้าตราเป็นแบบพิมพ์บนกระดาษ (Paper Label)

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า บริษัทปาเต๊ะเป็นผู้ได้รับสิทธ์เป็นผู้บันทึกเสียง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ฉบับแรกหรือที่เรียกว่า ฉบับแม่ปุ่นแม่แป้น แล้วท่านทราบหรือไม่ว่าบริษัทปาเต๊ะมีประวัติความเป็นมาอย่างไร? …ปาเต๊ะเป็นบริษัทผู้ผลิตแผ่นเสียงของชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งคือ ชาร์ล ปาเต๊ะ (ก่อนหน้าปี พ.ศ. 2448 ปาเต๊ะเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำที่ผลิตเครื่องเล่นกระบอกเสียงและตัวกระบอกเสียงไขผึ้ง จากนั้นจึงผันตนเองมาผลิตแผ่นเสียงเต็มตัวเมื่อปี พ.ศ. 2448 โดยเริ่มจากการประดิษฐ์แผ่นเสียงไขผึ้งหุ้มบนแผ่นซีเมนต์ชนิดหน้าเดียว (Wax on a cement base) แต่ประสบปัญหาไขผึ้งหลุดร่อนขณะเล่น (กรุณาคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า: www.talkingmachine.org/firstpathedisc.html) จากนั้นในปี พ.ศ. 2449 จนถึงปี พ.ศ. 2458 Pathe จึงเปลี่ยนวัสดุจากไขผึ้งเป็นครั่งแต่ยังคงเป็นหน้าตราแบบสลักหรือเซาะร่อง-ปาดสี (Shellac with engraved label) โดยเล่นด้วยความเร็วรอบต่อนาทีคือ 90 - 100 RPM พร้อมกับเปิดตัวเครื่องเล่นจานเสียงรุ่น PATHE A สำหรับใช้กับแผ่นเสียงเข็มเพชรชนิดร่องกลับทางที่กล่าวถึงนี้)

ชาร์ล ปาเต๊ะ ได้ส่งวิศวกรผู้ชำนาญงานด้านการบันทึกเสียงล่องเรือเข้ามายังสยาม เมื่อถึงบางกอกได้ขอเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลวงเพื่อขอพระบรมราชานุญาตินำนักร้องเสียงเอกประจำพระราชสำนักบันทึกเสียงลงแผ่นเสียงปาเต๊ะรุ่นแรก ช่วงรัตนโกสินทร์ศก 127 ซึ่งตรงกับพ.ศ. 2450 (หลักฐานการโฆษณาแผ่นเสียงปาเต๊ะ ชนิดร่องกลับทางดูได้จากหนังสือพิมพ์ จีนโนสยามวารศัพท์ ซึ่งระบุไว้ว่าบริษัทรัตนมาลา ในขณะนั้นได้ขอพระบรมราชานุญาติใช้ตราแผ่นดินของพระพุทธเจ้าหลวงเป็นตราประจำบริษัท และเป็นผู้จัดจำหน่ายแผ่นเสียงยี่ห้อนี้)

อย่างที่กล่าวไว้ว่า นักร้องเสียงเอกที่ถูกคัดเลือกให้ร้อง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ในครั้งนั้นก็คือ แม่ปุ่นและแม่แป้น แม่แป้นมีชื่อจริงว่านางแป้น วัชโรบล (พ.ศ. 2423 - 2465) เป็นนักร้องดังรุ่นเดียวกับแม่เจริญ พาทยโกศล หม่อมมาลัย กุญชร ณ. อยุธยา หม่อมคร้าม กุญชร ณ. อยุธยา และหม่อมจันทร์ กุญชร ณ. อยุธยา ในเจ้าพระยาเทเวศน์วงศ์วิวัฒน์ จากลีลาและลูกคอการร้องมีความกลมกลืนกันดีมากทั้งยังมีเสียงแหลมเล็กตามความนิยมของผู้ฟังในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง จึงถือว่าไม่ผิดหวังที่ทางบริษัทปาเต๊ะคัดเลือกนักร้องเสียงเอกคู่นี้มาร้อง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" นอกเหนือจากนักร้องเสียงดีทั้งสองท่านนี้แล้ว การร้องยังเป็นการร้องส่งแตรวงทหาร คือแตรวงทหารราบที่ 3 (ปัจจุบันคือกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์) ตามหลักฐานการค้นคว้า ผู้ที่บังคับกองแตรวงชุดนี้น่าจะเป็นพระยาวาทิตบรเทศ (ม.ร.ว. ชิต เสนีวงศ์ ณ. อยุธยา) เพราะเป็นผู้ที่บังคับและควบคุมกองแตรวงทหารมหาดเล็กตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2476

เมื่อวิศวกรปาเต๊ะบันทึกเสียงลงกระบอกเสียงเสร็จเรียบร้อยจึงส่งกระบอกเสียงต้นฉบับกลับไปทำแผ่นเสียง ณ โรงงานผลิตแผ่นเสียงของปาเต๊ะชื่อ Forest Park ในประเทศเบลเยี่ยม สังเกตได้จากคำว่า เบลเยี่ยมที่สลักเป็นภาษาอังกฤษอยู่ในกรอบข้าวหลามตัด และ คำว่า PATHE - DB ซึ่งหมายถึง PATHE Division Belge บนแผ่นเสียง (กรุณาคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า: www.talkingmachine.org/Pathealbum.html) ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โรงงาน Forest Park แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บกระบอกเสียงต้นฉบับเพลงไทยเดิมโบราณในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจำนวนมาก แต่ในช่างสงครามโลกครั้งที่ 1โรงงานแห่งนี้ได้ถูกทหารเยอรมันบุกเข้าทำลาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่กระบอกเสียงต้นฉบับเพลงไทยเดิมของชาติไทยสูญสลายไปจนหมดสิ้น นับตั้งแต่บัดนั้น

มีเรื่องเล่ากันว่า ขณะที่แผ่นเสียงปาเต๊ะเพลงสยามซึ่งรวมถึง "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ฉบับแม่ปุ่นแม่แป้น นี้ถูกส่งจากโรงงานเข้ามาขายยังสยามโดยมีบริษัทรัตนมาลาเป็นผู้จัดจำหน่าย ทางบริษัทปาเต๊ะฝรั่งเศสได้สั่งให้ใช้โลโก้ Discobolus ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการของปาเต๊ะเพื่อเรียกขานแผ่นเสียงเช่นเดียวกับแผ่นเสียงปาเต๊ะในประเทศอื่นทั่วโลก (Discobolus Logo คือ สัญลักษณ์ที่เป็นรูปเทพเจ้ากรีกขว้างแผ่นเสียงปาเต๊ะไปรอบโลก จุดประสงค์เพื่อบ่งบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่า เขาสามารถฟังดนตรีได้จากแผ่นเสียงปาเต๊ะ) แต่สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ชาวสยามกลับไม่ชื่นชอบและก็ไม่ได้มีความศรัทธาใดๆ กับเทพเจ้ากรีกที่ขว้างแผ่นเสียง ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทรัตนมาลาจึงขออนุญาตบริษัทปาเต๊ะฝรั่งเศส ขออนุญาตออกแบบสัญลักษณ์แผ่นเสียงปาเต๊ะเพลงสยามเองสำหรับประเทศสยามเป็นการเฉพาะ ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นช้างเผือกเหยียบโลก ล้อมข้างด้วยช่อมะกอก โดยสัญลักษณ์นี้น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสเห็น (กรุณาคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า: www.talkingmachine.org/siamesepatheads.html)

"นายห้างปาเต๊ะ ให้แม่ปุ่นและแม่แป้นร้องเพลงสรรเสริญ" ประโยคเกริ่นนำข้างต้นซึ่งเป็นเสียงพูดสำเนียงเหน่อๆ ของแม่ปุ่นแม่แป้น แต่แฝงด้วยพลัง ทำให้รู้สึกได้ถึงสำเนียงและวิญญาณของคนบางกอกในสมัยนั้น นอกจากนี้แล้ว การร้องจะมีการเอื้อนและแบ่งวรรคตอนต่างจากในปัจจุบัน ทั้งยังร้องส่งดนตรีเหมือนเพลงไทยเดิมอีกต่างหาก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? อย่าลืมว่าแม่ปุ่นและแม่แป้นเป็นนักร้องเสียงเอกสังกัดวังบ้านหม้อ ซึ่งวังบ้านหม้อขณะนั้นเป็นบ้านของเจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว. หลาน กุญชร) และท่านได้ร่วมกับสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ร่วมกันคิดกระบวนการขับร้องแบบที่เรียกว่า "คอนเสิต" ออกมาจนเป็นที่นิยมของมหาชน ซึ่งการร้องแบบที่เรียกว่า "คอนเสิต" นี้ก็มีการกรอกเสียงลงแผ่นเสียงปาเต๊ะร่องกลับทางอยู่หลายแผ่นด้วย จากนั้นเจ้าพระยาเทเวศรได้คิดเอาตัวละครมารำเข้ากับเพลงคอนเสิต พร้อมกับตั้งโรงละครขึ้นใหม่ภายในบ้านท่าน โดยมีชื่อว่า "โรงละคอนดึกดำบรรพ์" ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2442 ถือเป็นละครอย่างใหม่ ซึ่งเป็นที่ทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 ยิ่งนัก จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2452 ท่านเริ่มเจ็บป่วย การเล่นละคอนจึงต้องยุติไปโดยปริยาย