ท่านทราบหรือไม่ว่า...
เพราะเหตุใดจึงใช้ช้างเผือก
เป็นสัญลักษณ์ของธงสยาม?

ท่านทราบหรือไม่ว่า...
ทำไมสยามใช้พื้นธงเป็นสีแดง?

ท่านทราบหรือไม่ว่า...
พระราชบัญญัติธงสยามออกเมื่อไหร่?



อ่านเรื่องราว ประวัติ ความเป็นมา
และชมงานสะสมต่างๆ
อาทิ โปสการ์ดเก่า บัตรสินค้าโบราณ
ผ้ากำมะหยี่ กระดุม เข็มกลัดเก่า ฯลฯ
ที่เกี่ยวเนื่องกับธงสยามหรือธงช้าง!!!

พิเศษ!!!
อย่าลืมชมภาพประวัติศาสตร์

พิธีอัญเชิญธงสยามขึ้นสู่ยอดเสา
ที่สูงที่สุดในประเทศไทย...






ตำนานเสาธงแรกบนผืนแผ่นดินสยาม






ย้อนอดีตกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สยามยังไม่มีการใช้ธงชาติบนแผ่นดิน คงใช้เฉพาะการบอกอาณัติสัญญาณความเป็นชาติสยามบนกำปั่นหลวงเท่านั้น จวบจนกระทั่งขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๓ จึงได้มีการใช้ปักเสาธงเป็นครั้งแรกบนแผ่นดิน แต่ทว่ารัชกาลที่ ๓ พระองค์ท่านไม่ทรงโปรดเพราะเป็นธรรมเนียมฝรั่ง ซึ่งปรากฏหลักฐานให้ได้อ่านกันอยู่ในเรื่องความทรงจำ พระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นเรื่องราวของเสาธงในบ้านของคุณตา หรือพระยาอัพภันตวิกามาตย์ (ดิศ) ริมถนนเจริญกรุง

“พอถึงปีฉันโกนจุก คุณตาก็ถึงอนิจกรรม บ้านของคุณตาจึงตกเป็นของฉันแต่นั้นมา เรือนชานในบ้านของคุณตาสร้างด้วยเครื่องไม้ทั้งนั้น มีตึกหลังเดียวเรียกว่า “หอสูง” ที่ท่านอยู่ และฉันอยู่ต่อมาในตอนก่อนสร้างเป็นวัง มีของแปลกประหลาดอย่างหนึ่งคือเสาสำหรับชักธงเหมือนอย่างที่มีตามสถานกงสุลปักไว้ข้างหน้าบ้าน ฉันมาทราบในภายหลังว่าการทำเสาธงนั้นเกี่ยวกับการเมืองเป็นข้อสำคัญควรจะเล่าไว้ให้ปรากฏ คือ ในเมืองไทยแต่ก่อนมา การตั้งเสาชักธงมีแต่ในเรือกำปั่น บนบกหามีประเพณีเช่นนั้นไม่ มีคำเล่ากันมาว่าเมื่อในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดขนบธรรมเนียมฝรั่งให้ทำเสาธงขึ้น ณ พระราชวังเดิม อันเป็นที่เสด็จประทับ และชักธงบริวารเป็นเครื่องบูชาในเวลาเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปทอดพระกฐิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นตรัสถามผู้ที่อยู่ใกล้พระองค์ว่า

“นั่นท่านฟ้าน้อยเอาผ้าขี้ริ้วขึ้นตากทำไม” พิเคราะห์เห็นว่ามิใช่เพราะไม่ทรงทราบว่าทำโดยเคารพตามธรรมเนียมฝรั่ง ที่มีพระราชดำรัสเช่นนั้น เพราะไม่โปรดที่ไปเอาอย่างฝรั่งมาตั้งเสาชักธงเท่านั้นเอง

ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสสั่งให้ทำเสาธงขึ้นทั้งในวังหลวงและวังหน้า เสาธงวังหลวงให้ชักธงตราพระมหามงกุฎ และเสาธงวังหน้าให้ชักธงจุฑามณี (ปิ่น) คนทั้งหลายก็เข้าใจกันว่าเสาชักธงนั้นเป็นเครื่องหมายพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดิน ครั้นเมื่อทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับรัฐบาลฝรั่งต่างประเทศแล้ว มีกงสุลนานาประเทศเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มาตั้งเสาชักธงชาติของตนขึ้นตามสถานกงสุลเหมือนอย่างสถานกงสุลที่เมืองจีน คนทั้งหลายไม่รู้ประเพณีฝรั่งก็พากันตกใจ โจษกันว่าพวกกงสุลจะเข้ามาตั้งแข่งพระราชานุภาพ

ความทราบถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรำคาญพระทัยจึงทรงพระราชดำริหาอุบายแก้ไข ด้วยดำรัสสั่งเจ้านายต่างกรมกับทั้งขุนนางผู้ใหญ่ให้ทำเสาธงช้างขึ้นตามวังและที่บ้าน เมื่อมีเสาธงชักขึ้นมาก คนทั้งหลายก็หายตกใจเรื่องนี้ฉันเคยเล่าให้พวกราชทูตต่างประเทศฟัง หลายคนพากันชอบใจชมพระสติปัญญาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าช่างทรงพระราชดำริแก้ไขดีนัก แต่เมื่อฉันได้ไปบ้านคุณตา ปัญหาเรื่องเสาธงระงับมาช้านานแล้ว เสาธงของคุณตาก็ผุ ยังแต่จะหักโค่นจึงสั่งให้เอาลงเสีย”

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ทำให้ทราบว่าในสมัยรัชกาลที่ ๓ เจ้าฟ้าน้อย หรือ เจ้าฟ้าชายจุฑามณี หรือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ตำแหน่งว่ากรมทหารปืนใหญ่ ทรงเป็นผู้ที่ดำริและปักธงบนบกเป็นคนแรกของชาวสยาม แต่ก็ไม่ได้ปรากฎหลักฐานว่าเป็นปีใดที่แน่นอนทราบเพียงอยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๓ แต่รัชกาลที่ ๓ พระองค์ท่านไม่ทรงโปรดเรื่องธงนี้ เพราะเป็นธรรมเนียมอย่างฝรั่ง ต่างจากรัชกาลที่ ๔ ที่สยามเริ่มเปิดกว้างรับขนบธรรมเนียมประเพณีทางฝั่งยุโรปจึงทำให้การชักธงเป็นที่นิยมมากขึ้น

นอกจากพระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพแล้วยังมีหลักฐานการมีเสาธงแรกบนแผ่นดินสยามซึ่งอยู่ในหนังสือสาสน์สมเด็จอีกเล่ม มีใจความการโต้ตอบด้วยลายพระหัตถ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพกับสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในช่วง พ.ศ. ๒๔๗๘ ดังนี้

แรกสุด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงกล่าวว่ามีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งบรรยายรูปเสาธงบนป้อมเผด็จดัสกร ตรงข้ามศาลหลักเมืองเป็นทำนองว่าเก่าแก่มากๆ ทั้งๆ ที่ความจริงเก่าเพียง ๓๑ ปี เท่านั้นเอง เรียกว่าเป็นของเมื่อวานซืน

จากนั้นจึงทรงระลึกถึงเสาธงครั้ง ร. ๔ ที่ ร. ๔ ทรงสร้างขึ้นบริเวณเก๋งกรงนกหรือสกุณวัน “อันเป็นเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวัง”


เสาธงข้างสกุณวัน (เก๋งกรงนก) ริมพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถ่ายสมัยรัชกาลที่ ๔ ก่อน พ.ศ. ๒๔๑๑



“เสาธงที่ทูลกระหม่อมทรงสร้างขึ้นในบริเวณเก๋งกรงนกอันเป็นเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเมื่อสร้างพระที่นั่งใหม่ ย้ายเสาธงไปตั้งที่สนามหน้าพระที่นั่งใหม่ ครั้นสร้างพระที่นั่งจักรี ย้ายเสาธงไปตั้งที่หน้าหอรัชฎากร ไม้เสาธงนั้นผุ จะต้องเปลี่ยนใหม่ จึงคิดทำเสาเหล็ก และย้ายไปตั้งที่บนป้อมเผด็จดัสกร...”

จากข้างต้นทำให้ทราบว่าเสาธงแรกอย่างเป็นทางการที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังก็คือเสาธงหน้าเก๋งกรงนกหรือกรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ตรงสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอมรอมรินทรวินิจฉัยนั่นเอง เสาธงนี้ต่อมาถูกย้ายไปที่ใกล้ๆ กันเพื่อสร้างเก๋งใหม่ ครั้นสร้างพระที่นั่งจักรีปราสาท (พ.ศ. ๒๔๑๘ เฉลิมพระราชมณเฑียร พ.ศ. ๒๔๒๕) ก็ถูกย้ายอีก คราวนี้ย้ายไปตั้งที่หน้าหอรัษฎากรพิพัฒน์ ต่อมาไม้เสาธงนั้นผุ ต้องเปลี่ยนใหม่ จึงทำเสาเหล็กขึ้นแทน แล้วย้ายเสาธงไปตั้งที่ป้อมเผด็จดัสกร

ต่อไปสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ทรงระลึกบ้าง ทรงให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเสาธงที่ว่าแรกมีในพระบรมมหาราชวังนั้นมี ๒ เสา คือ เสาข้างตะวันออกเป็นเสาแบบจีน ทาสีแดง ใช้ชักธงตราประจำพระองค์ตามรัชกาลในเวลาทำบุญพระบรมอัฐิ และเสาข้างตะวันตกเป็นเสาอย่างฝรั่ง ทาปล้องขาวปล้องดำ ใช้ชักธงสแตนดาดทุกวัน ส่วนในเวลากลางคืน เสาจีนจะชักโคมคอนนกแก้ว ๒ ดวง และเสาฝรั่งชักโคมคันกังหันดวงเดียว กับหางนกยูง





นอกจากเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวังข้างเก๋งกรงนกทั้ง ๒ ต้นแล้ว
ในพระบรมมหาราชวัง ยังมีเสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์อีกด้วย
แต่ไม่มีประวัติรายละเอียดว่าสร้างเมื่อไหร่ อย่างไร มีเพียงภาพถ่ายเก่าเท่านั้น



เสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ซึ่งมีอยู่ทั้ง ๒ ข้างของพระที่นั่ง


เสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ด้านประตูเทวาพิทักษ์


ภาพวาดจิตกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงผนวกในวัดเบญจมบพิตร ที่วาดให้เห็นเสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์


ภาพวาดลายเส้นเสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ จากหนังสือพิมพ์ Le Monde Illustre



ขอเพิ่มเติมเรื่องราวของเสาธงในพระบรมมหาราชวังต่อ ในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงโปรดให้รื้อเก๋งกรงนกเดิมออกแล้วสร้างเก๋งขนาดใหญ่ขึ้นแทนคือเก๋งวรสภาภิรมย์ ทำให้ต้องย้ายเสาธงทั้งฝรั่งและจีนไปปักอยู่ตรงสนามหญ้าข้างๆ แทน หลังจากย้ายได้ไม่เท่าไร พอขึ้น พ.ศ. ๒๔๑๘ มีการดำริให้สร้างพระที่นั่งจักรีตรงสนามหญ้าที่ตั้งเสาธงพอดี ทำให้ต้องย้ายเสาธงอีกครา คราวนี้ย้ายไปตั้งไว้หน้าหอรัชฎากรพิพัฒน์ ซึ่งถือเป็นการย้ายเสาธงครั้งที่สามแล้ว ส่วนเก๋งใหญ่ที่สร้างขึ้นมาในครั้งกระนั้นก็ถูกรื้อทิ้งเปลี่ยนเป็นสนามหญ้าทั้งหมด ตอนย้ายเสาธงไปที่หน้าหอรัชฎากรพิพัฒน์นี้ได้มีหลักฐานยืนยันถึงการชักธงบนเสาใหม่ในหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาคที่ ๘ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ บันทึกไว้ว่า วันเสาร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีขาล จ.ศ. ๑๒๔๐ เทียบปฏิทินได้เท่ากับวันเสาร์ที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๒๑




เอกสารตราสารหนี้ของบริษัท รถรางกรุงเทพ จำกัด ที่ออกในปี พ.ศ. ๒๔๕๕
สังเกตุดีๆ มีการวาดเสาธงในภาพด้วย


“เวลาย่ำรุ่ง ชักธงเสาธงใหม่ มีทหารมหาดเล็กยืนหน้าศาลาลูกขุน ๑๐๐ คน ทำปริเซนอาม สลุตปืนมหาฤกษ์ มหาไชย มหาจักร มหาปราบ รวม ๒๑ นัด ตั้งที่สนามหน้าหอรัษฎาตรงไปทิศตะวันออก...”

เมื่อกาลเวลาผ่านไปเสาธงหน้าหอรัษฎากรก็ผุเพราะเป็นเสาไม้ คราวนี้จึงมีการทำเสาธงใหม่เป็นแบบเสาเหล็กและย้ายไปตั้งบนป้อมเผด็จดัสกร มุมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ตรงข้ามศาลพระหลักเมือง ซึ่งเป็นเสาธงที่สูงมากและเห็นโดดเด่นแต่ไกล








(บน) ภาพเสาธงเหล็กสูงสุดในสยามขณะนั้นบนป้อมเผด็จดัสกร
มองจากป้อมมณีปราการ และจะเห็นส่วนของพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ด้วย

แต่ท้ายสุดแล้ว เสาธงนี้ก็ได้ถูกย้ายเป็นครั้งสุดท้ายไปที่ป้อมป้องปัจจามิตร คลองสาน ธนบุรี เพื่อทดแทนเสาธงเก่าที่ชำรุดบนป้อม ในปี พ.ศ. ๒๔๕๖

และถ้าพูดถึงเสาธงที่ประดับธงช้าง นับตั้งแต่เสาธงแรกในสยาม ณ บริเวณเก๋งกรงนกจนถึงปัจจุบันนี้ เสาธงที่ประดับธงช้างและถือได้ว่ามีระดับความสูงที่สูงที่สุดในประเทศไทยก็คือเสาธง ณ พิพิธภัณฑ์ธงสยาม




(บน) ภาพเสาธงชนิดไฟเบอร์กลาสที่ทันสมัยที่สุดคือมีการเก็บเชือกธงอยู่ด้านใน มีการอัญเชิญธงช้างไว้บนสุด ณ พิพิธภัณฑ์ธงสยาม







(บน) ธงพระมหามงกุฏ หรือที่เรียกว่า ธงจอมเกล้า ลักษณะธงมีพื้นเป็นสีแดงยกส่วนตรงกลางทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นมีสีขาบ (สีน้ำเงินเข้ม) ในพื้นสีขาบมีรูปพระมหาพิชัยมงกุฎอยู่ตรงกลาง และมีเครื่องสูงสีเหลืองกระหนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวา โดยธงจอมเกล้านี้ใช้สำหรับชักขึ้นบนเสาเรือพระที่นั่งเวลาเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่บนเรือลำนั้น นอกจากนั้นยังใช้ธงพระจอมเกล้าสำหรับชักขึ้นบนเสาในพระบรมมหาราชวัง เมื่อพระองค์ประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง รวมไปถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆ ก็จะต้องปักธงพระจอมเกล้าไว้เพื่อให้ราษฎรรู้ว่าพระองค์ท่านอยู่ ณ ที่บริเวณใดอีกด้วย


(บน) ธงไอยราพต สาเหตุที่ต้องประดิษฐ์ธงไอยราพต เนื่องจากปกติเวลาที่พระองค์ประทับอยู่ในพระราชวัง ก็จะชักธงจอมเกล้าขึ้นเสาอยู่แล้ว แต่เมื่อพระองค์เสด็จออกจากพระราชวัง จำเป็นต้องลดธงจอมเกล้าลงและนำธงจอมเกล้าติดตามพระองค์ไปด้วย ทำให้เสาธงที่อยู่ในพระราชวังกลายเป็นเสาเปล่าปราศจากธงบนยอดเสา ดูแล้วไม่สง่างาม จึงมีการประดิษฐ์ธงไอยราพตชักขึ้นแทน เพื่อให้ทราบว่าพระองค์ท่านมิได้ประทับอยู่ในพระราชวัง ธงไอยราพต มีพื้นสีแดงและมีรูปช้าง ๓ เศียรสีขาวผูกเครื่องยืนแท่น มีบุษบกตั้งบนหลังช้างซึ่งเป็นที่ประดิษฐานอุณาโลม มีรูปฉัตรตั้งข้างหน้า และข้างหลังข้างละ ๒ องค์อยู่กลางธง


เวปไซต์โดย: พิพิธภัณฑ์ธงสยาม (Siam flag museum)

การเข้าชมพิพิธภัณฑ์: เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ธงสยาม ไม่ได้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ถ้าท่านใดมีความต้องการที่จะเข้าชม โปรดกรุณาโทรศัพท์จองล่วงหน้าที่หมายเลข ๐๒๙๓๙๙๕๕๓ หรือส่งโทรสารแจ้งความจำนงการเข้าชมได้ที่หมายเลข ๐๒๙๓๙๙๕๕๒



สถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์:
พิพิธภัณฑ์ธงสยาม
๑๕ ลาดพร้าว ๔๓
อ.ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐

SIAM FLAG MUSEUM:
15 Lad Phrao 43
Lad Phrao RD.
Huay Kwang
Bangkok 10310
Thailand
Official website: http://www.siamflag.org
E-mail: siamflag@hotmail.com

พิพิธภัณฑ์ธงสยาม...ยินดีรับบริจาคและรับซื้องานสะสมเก่าหรือของเก่าโบราณที่มีรูปหรือเกี่ยวเนื่องกับธงสยาม (ธงช้างเผือก) เช่น ธงช้างจริงที่ใช้สมัยรัชกาลที่ 4 และสมัยรัชกาลที่ 5 โปสการ์ดเก่า รูปถ่ายเก่า หนังสือเก่า แผนที่โบราณที่มีรูปธงช้าง ถาดเจริญธงช้าง ฯลฯ เพื่อนำของเก่าเหล่านี้ไปจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ธงสยาม...ท่านใดที่มีของเหล่านี้และสนใจที่จะบริจาคหรือขาย กรุณาติดต่อโดยตรงที่พิพิธภัณฑ์ธงสยาม หมายเลขโทรศัพท์ 02-9399553 หรืออีเมล์ siamflag@hotmail.com

ชมงานพิมพ์หินรูปธงช้าง (Siamese flag) จากที่ต่างๆ ซึ่งปรากฏอยู่บนผังธงโลก
ชมงานพิธีอัญเชิญธงสยาม ณ พิพิธภัณฑ์ธงสยาม ร่วมฉลอง ๑๐๐ ปีเสด็จประพาสยุโรป
สุดยอดงานสะสมที่เกี่ยวเนื่องกับธงสยามหรือธงช้างที่อยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๕
ชมธงสยามแบบต่างๆ และอ่านพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยามร.ศ. ๑๑๐
ชมภาพถ่ายโบราณที่มีธงสยามหรือธงช้างประดับอยู่ในภาพซึ่งอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕
ร่วมพิสูจน์ปริศนาว่าด้วยธงสยามแบบช้างยืนพื้นนั้น...มีจริงหรือไม่?
ร่วมพิสูจน์ปริศนาว่าด้วยธงสยามแบบช้างชูงวงนั้น...มีจริงหรือไม่?
เชื่อหรือไม่...ธงช้างแบบช้างอ้วนสั้นเคยใช้รับเสด็จฯ ที่เดนมาร์กมาแล้ว
ชมภาพประวัติศาสตร์ครบรอบ ๑๐๑ ปี "ใต้ร่มช้าง วันตราดรำลึก" ณ จังหวัดตราด
ภาพวาดธงช้างจิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงผนวชวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
อ่านประวัติการชักธงชาติครั้งแรกของสยาม เรื่องและภาพโดยเทพชู ทับทอง
อ่านเรื่องป้อมป้องปัจจามิตร กับเกล็ดเรื่องราว...แรกมีเสาธงในสยาม
ชมเบื้องหลังการถ่ายทำและบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อแนะนำพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
ชมภาพกิจกรรมหลากหลายรูปแบบนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
พิพิธภัณฑ์ธงสยามและคุณชมพู ฟรุ๊ตตี้ รวมใจมอบให้ครูใต้ผู้เสียสละ
ฟังรายการวิทยุ ตะลอนทัวร์ครอบครัวไทย แนะนำพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
ร่วมชมธงช้างของแท้ดั้งเดิมผืนโบราณ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี
พิพิธภัณฑ์ธงสยามมีความยินดีและขอต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทุกท่าน