ตำนานเสาธงแรกบนผืนแผ่นดินสยาม
พอถึงปีฉันโกนจุก คุณตาก็ถึงอนิจกรรม บ้านของคุณตาจึงตกเป็นของฉันแต่นั้นมา เรือนชานในบ้านของคุณตาสร้างด้วยเครื่องไม้ทั้งนั้น มีตึกหลังเดียวเรียกว่า หอสูง ที่ท่านอยู่ และฉันอยู่ต่อมาในตอนก่อนสร้างเป็นวัง มีของแปลกประหลาดอย่างหนึ่งคือเสาสำหรับชักธงเหมือนอย่างที่มีตามสถานกงสุลปักไว้ข้างหน้าบ้าน ฉันมาทราบในภายหลังว่าการทำเสาธงนั้นเกี่ยวกับการเมืองเป็นข้อสำคัญควรจะเล่าไว้ให้ปรากฏ คือ ในเมืองไทยแต่ก่อนมา การตั้งเสาชักธงมีแต่ในเรือกำปั่น บนบกหามีประเพณีเช่นนั้นไม่ มีคำเล่ากันมาว่าเมื่อในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดขนบธรรมเนียมฝรั่งให้ทำเสาธงขึ้น ณ พระราชวังเดิม อันเป็นที่เสด็จประทับ และชักธงบริวารเป็นเครื่องบูชาในเวลาเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปทอดพระกฐิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นตรัสถามผู้ที่อยู่ใกล้พระองค์ว่า นั่นท่านฟ้าน้อยเอาผ้าขี้ริ้วขึ้นตากทำไม พิเคราะห์เห็นว่ามิใช่เพราะไม่ทรงทราบว่าทำโดยเคารพตามธรรมเนียมฝรั่ง ที่มีพระราชดำรัสเช่นนั้น เพราะไม่โปรดที่ไปเอาอย่างฝรั่งมาตั้งเสาชักธงเท่านั้นเอง ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสสั่งให้ทำเสาธงขึ้นทั้งในวังหลวงและวังหน้า เสาธงวังหลวงให้ชักธงตราพระมหามงกุฎ และเสาธงวังหน้าให้ชักธงจุฑามณี (ปิ่น) คนทั้งหลายก็เข้าใจกันว่าเสาชักธงนั้นเป็นเครื่องหมายพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดิน ครั้นเมื่อทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับรัฐบาลฝรั่งต่างประเทศแล้ว มีกงสุลนานาประเทศเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มาตั้งเสาชักธงชาติของตนขึ้นตามสถานกงสุลเหมือนอย่างสถานกงสุลที่เมืองจีน คนทั้งหลายไม่รู้ประเพณีฝรั่งก็พากันตกใจ โจษกันว่าพวกกงสุลจะเข้ามาตั้งแข่งพระราชานุภาพ ความทราบถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรำคาญพระทัยจึงทรงพระราชดำริหาอุบายแก้ไข ด้วยดำรัสสั่งเจ้านายต่างกรมกับทั้งขุนนางผู้ใหญ่ให้ทำเสาธงช้างขึ้นตามวังและที่บ้าน เมื่อมีเสาธงชักขึ้นมาก คนทั้งหลายก็หายตกใจเรื่องนี้ฉันเคยเล่าให้พวกราชทูตต่างประเทศฟัง หลายคนพากันชอบใจชมพระสติปัญญาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าช่างทรงพระราชดำริแก้ไขดีนัก แต่เมื่อฉันได้ไปบ้านคุณตา ปัญหาเรื่องเสาธงระงับมาช้านานแล้ว เสาธงของคุณตาก็ผุ ยังแต่จะหักโค่นจึงสั่งให้เอาลงเสีย เมื่ออ่านถึงตรงนี้ทำให้ทราบว่าในสมัยรัชกาลที่ ๓ เจ้าฟ้าน้อย หรือ เจ้าฟ้าชายจุฑามณี หรือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ตำแหน่งว่ากรมทหารปืนใหญ่ ทรงเป็นผู้ที่ดำริและปักธงบนบกเป็นคนแรกของชาวสยาม แต่ก็ไม่ได้ปรากฎหลักฐานว่าเป็นปีใดที่แน่นอนทราบเพียงอยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๓ แต่รัชกาลที่ ๓ พระองค์ท่านไม่ทรงโปรดเรื่องธงนี้ เพราะเป็นธรรมเนียมอย่างฝรั่ง ต่างจากรัชกาลที่ ๔ ที่สยามเริ่มเปิดกว้างรับขนบธรรมเนียมประเพณีทางฝั่งยุโรปจึงทำให้การชักธงเป็นที่นิยมมากขึ้น นอกจากพระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพแล้วยังมีหลักฐานการมีเสาธงแรกบนแผ่นดินสยามซึ่งอยู่ในหนังสือสาสน์สมเด็จอีกเล่ม มีใจความการโต้ตอบด้วยลายพระหัตถ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพกับสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในช่วง พ.ศ. ๒๔๗๘ ดังนี้ แรกสุด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงกล่าวว่ามีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งบรรยายรูปเสาธงบนป้อมเผด็จดัสกร ตรงข้ามศาลหลักเมืองเป็นทำนองว่าเก่าแก่มากๆ ทั้งๆ ที่ความจริงเก่าเพียง ๓๑ ปี เท่านั้นเอง เรียกว่าเป็นของเมื่อวานซืน จากนั้นจึงทรงระลึกถึงเสาธงครั้ง ร. ๔ ที่ ร. ๔ ทรงสร้างขึ้นบริเวณเก๋งกรงนกหรือสกุณวัน อันเป็นเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวัง
เสาธงข้างสกุณวัน (เก๋งกรงนก) ริมพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถ่ายสมัยรัชกาลที่ ๔ ก่อน พ.ศ. ๒๔๑๑เสาธงที่ทูลกระหม่อมทรงสร้างขึ้นในบริเวณเก๋งกรงนกอันเป็นเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเมื่อสร้างพระที่นั่งใหม่ ย้ายเสาธงไปตั้งที่สนามหน้าพระที่นั่งใหม่ ครั้นสร้างพระที่นั่งจักรี ย้ายเสาธงไปตั้งที่หน้าหอรัชฎากร ไม้เสาธงนั้นผุ จะต้องเปลี่ยนใหม่ จึงคิดทำเสาเหล็ก และย้ายไปตั้งที่บนป้อมเผด็จดัสกร... จากข้างต้นทำให้ทราบว่าเสาธงแรกอย่างเป็นทางการที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังก็คือเสาธงหน้าเก๋งกรงนกหรือกรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ตรงสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอมรอมรินทรวินิจฉัยนั่นเอง เสาธงนี้ต่อมาถูกย้ายไปที่ใกล้ๆ กันเพื่อสร้างเก๋งใหม่ ครั้นสร้างพระที่นั่งจักรีปราสาท (พ.ศ. ๒๔๑๘ เฉลิมพระราชมณเฑียร พ.ศ. ๒๔๒๕) ก็ถูกย้ายอีก คราวนี้ย้ายไปตั้งที่หน้าหอรัษฎากรพิพัฒน์ ต่อมาไม้เสาธงนั้นผุ ต้องเปลี่ยนใหม่ จึงทำเสาเหล็กขึ้นแทน แล้วย้ายเสาธงไปตั้งที่ป้อมเผด็จดัสกร ต่อไปสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ทรงระลึกบ้าง ทรงให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเสาธงที่ว่าแรกมีในพระบรมมหาราชวังนั้นมี ๒ เสา คือ เสาข้างตะวันออกเป็นเสาแบบจีน ทาสีแดง ใช้ชักธงตราประจำพระองค์ตามรัชกาลในเวลาทำบุญพระบรมอัฐิ และเสาข้างตะวันตกเป็นเสาอย่างฝรั่ง ทาปล้องขาวปล้องดำ ใช้ชักธงสแตนดาดทุกวัน ส่วนในเวลากลางคืน เสาจีนจะชักโคมคอนนกแก้ว ๒ ดวง และเสาฝรั่งชักโคมคันกังหันดวงเดียว กับหางนกยูง
นอกจากเสาธงแรกมีในพระบรมมหาราชวังข้างเก๋งกรงนกทั้ง ๒ ต้นแล้ว ในพระบรมมหาราชวัง ยังมีเสาธงข้างพระที่นั่งสุทไธสวรรย์อีกด้วย แต่ไม่มีประวัติรายละเอียดว่าสร้างเมื่อไหร่ อย่างไร มีเพียงภาพถ่ายเก่าเท่านั้น
| |||||||||
| |||||||||