โปรดทราบ
รูปภาพและเนื้อเรื่องที่ปรากฏอยู่ภายในเวปนี้
ผู้จัดทำอนุญาตให้นำไปใช้และเผยแพร่
เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อการกุศล หรือเพื่อความรู้เกี่ยวกับประวัติธงชาติไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด
แต่ห้ามคัดลอกเนื้อเรื่อง และทำสำเนารูปภาพเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า
หรือแสวงหาผลกำไรไม่ว่ารูปแบบใดโดยเด็ดขาด




พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ถึงเสนาบดีที่ประชุมกันอยู่บนเรือพระที่นั่งมหาจักรี วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๖



"...ความจงรักภักดีต่อชาตินั้น
คือความสำนึก ตระหนักในคุณของแผ่นดินอันเป็นที่เกิด ที่อาศัย
ซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาประเทศชาติ
ไว้ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป ..."

พระบรมราโชวาท
ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์
ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙




ท่านทราบหรือไม่ว่า...
เพราะเหตุใดจึงใช้ช้างเผือก
เป็นสัญลักษณ์ของธงสยาม?

ท่านทราบหรือไม่ว่า...
ทำไมสยามใช้พื้นธงเป็นสีแดง?

ท่านทราบหรือไม่ว่า...
พระราชบัญญัติธงสยามออกเมื่อไหร่?



อ่านเรื่องราว ประวัติ ความเป็นมา
และชมงานสะสมต่างๆ
อาทิ โปสการ์ดเก่า บัตรสินค้าโบราณ
ผ้ากำมะหยี่ กระดุม เข็มกลัดเก่า ฯลฯ
ที่เกี่ยวเนื่องกับธงสยามหรือธงช้าง!!!

พิเศษ!!!
อย่าลืมชมภาพประวัติศาสตร์

พิธีอัญเชิญธงสยามขึ้นสู่ยอดเสา
ที่สูงที่สุดในประเทศไทย...







ผมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงสยาม (พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย) นี้ขึ้นมาด้วยเงินทุนส่วนตัวซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิด
ผมไม่ใช่คนรวยหรือมีมรดกตกทอด ส่วนหนึ่งจึงต้องกู้มาเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ
แต่เพื่อให้พวกเราคนไทยทุกคน ได้มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับธงชาติของเราเอง
ทำให้ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลงมือสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ และจะตั้งใจทำอย่างดีที่สุด
เมื่อเรารู้เรื่อง และเข้าใจประวัติความเป็นมาในผืนธงชาติของชาติตนเอง เราก็จะรัก...
รัก...และหวงแหนในความเป็นชาติ เมื่อมองผ่านธงชาติที่โบกพัดปลิวไสว
นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น...อยากเห็น...คนไทยรักชาติจริงๆ และลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อชาติเรา
มากกว่าเพียงแค่คำพูดว่า...รักชาติ...ซึ่งมันง่ายที่ใครๆ ก็พูดได้

พฤฒิพล ประชุมผล
(ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงสยาม - พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย)

พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย



ธงชาติและเพลงชาติไทย
เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจ ยืนตรง เคารพธงชาติ
ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละ ของบรรพบุรุษไทย



คลิก! อ่าน "คำถาม" แล "คำตอบ"
เกี่ยวกับประวัติธงชาติไทยที่น่าสนใจ







เพราะเหตุใด? รูปประกอบประวัติธงชาติไทยในอดีต
ระหว่าง
การค้นคว้าโดยพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
และ
การค้นคว้าโดยกรมศิลปากร
จึงไม่เหมือนกันและแตกต่างกัน
กรุณาคลิกที่นี่!...เพื่อค้นหาคำตอบ





คลิกอ่าน "ประวัติธงชาติไทยแบบด่วน"ในแต่ละกรอบ
แต่ถ้าท่านใดมีเวลา และสนใจต้องการศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียด
กรุณาอ่านประวัติธงชาติไทยพร้อมรูปและหลักฐานในแต่ละช่วงรัชกาล
ตามเรื่องราวที่อยู่ด้านล่าง ถัดไปจากกรอบสีแดง "ประวัติธงชาติไทยแบบด่วน" นี้ลงไป

หมายเหตุ: "ประวัติธงชาติไทยแบบด่วน" นี้ เหมาะกับนิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ
ที่ต้องการทราบประวัติธงชาติเพื่อทำรายงานหรือตอบข้อซักถามอย่างรวดเร็วเท่านั้น


 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยจากพระราชบัญญัติแบบอย่างธงสยาม ร.ศ. ๑๑๐ 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๑ 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๒ - ๓
 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ - ต้นรัชกาลที่ ๖ 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๕๙ - ๒๔๖๐) 
คลิกที่นี่...เพื่ออ่านประวัติธงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๖ หรือ ธงไตรรงค์


 
คลิกเพื่อเรียนรู้ประวัติธงชาติไทยแบบด่วนภายใน ๑๕ นาที


 
ประวัติธงชาติไทยในรายการกระจกหกด้าน

 
ประวัติธงชาติไทยในรายการจดหมายเหตุกรุงศรี

คลิกที่นี่!!!...เพื่ออ่านพระนิพนธ์ อธิบายเรื่องธงไทย

 
คลิกที่นี่!!!...เพื่ออ่านพระนิพนธ์ อธิบายเรื่องธงไทย


ธง

สยามหรือธงชาติไทยมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด เท่าที่พบหลักฐานเชื่อกันได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะปรากฏเรื่องราวอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุของฝรั่งเศส โดยได้กล่าวไว้ว่าเมื่อวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๒๒๓ เรือรบของฝรั่งเศสชื่อ เลอรโวตูร์ โดยมี มองซิเออร์ คอนูแอน เป็นนายเรือ ได้นำเรือเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเจริญพระราชไมตรีและการค้า นายเรือได้สอบถามทางกรุงศรีอยุธยาว่า ถ้าจะยิงสลุต (ยิงปืนให้ความเคารพ) ให้แก่สยาม เมื่อเรือผ่านป้อมวิไชเยนทร์ (ปัจจุบันคือป้อมวิชัยสิทธิ์) ตามประเพณีของชาวยุโรป จะเป็นการขัดข้องหรือไม่ สมเด็จพระนารายณ์ทรงอนุญาต และรับสั่งให้เจ้าเมืองบางกอก คือ ออกพระศักดิ์สงคราม ให้ทางป้อมยิง สลุตตอบด้วย และในการที่เรือรบฝรั่งเศลได้ยิงสลุตให้นั้น ทางป้อมก็ชักธงชาติขึ้น แต่ในห้วงเวลานั้นธงชาติสยามยังไม่มี จึงได้ชักธงชาติฮอลันดาขึ้นแทน แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมยิงสลุต เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธงของชาติสยาม จึงแจ้งให้ทราบว่า หากสยามประสงค์จะให้ฝรั่งเศสยิงสลุตให้ ก็เอาธงฮอลันดาลงเสีย แล้วชักธงอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นแทน เผอิญในสมัยนั้นธงสีแดงถือเป็นธงที่สยามใช้สำหรับเป็นธงนำทัพอยู่แล้ว สยามจึงนำธงแดงชักขึ้น จากนั้นฝรั่งเศสจึงยิงสลุตให้ ด้วยเหตุนี้สยามจึงถือเอาธงสีแดงเป็นธงชาติสยาม




ครั้น

ถึงสมัยกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงชักเป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่ ธงแดงนี้ใช้ชักขึ้นทั้งในเรือหลวงและเรือราษฎร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) ทรงมีพระราชดำริว่าเรือหลวงกับเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายให้เห็นแตกต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้ทำรูป "จักร" สีขาวติดไว้กลางธงสีแดงเป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปนั้น ยังคงใช้สีแดงเกลี้ยงอยู่






เพราะเหตุใดจึงต้องเป็นรูป “จักร”
ก่อนอื่นเราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของธงสยามในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ระหว่างรัชกาลที่ ๑ ถึง ๓ ก่อนว่า ธงสยามหรืออีกนัยหนึ่งก็คือธงชาติไทยในอดีตนั้น มิได้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาติหรือความจงรักภักดีต่อชาติของชนชาวสยาม รวมทั้งธงก็ไม่ได้ทำหน้าที่ระบุอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนแคว้นถิ่น เฉกเช่นที่คนไทยเข้าใจและเคารพต่อธงไตรรงค์อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้
ธงสยามในอดีตได้ทำหน้าที่เพียงการเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของชาติโดยผ่านองค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ธงสยามในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงสื่อความหมายแทนพระองค์ท่านโดยตรง ดังจะเห็นได้จากการใช้รูปจักรใส่ไว้กลางธงแดง


โดยที่รูปจักรนั้นมีความสัมพันธ์กับองค์กษัตริย์ เพราะจักร ถือเป็นอาวุธของพระนารายณ์ผู้รักษาโลก ที่ได้เสด็จอวตาลมาดับทุกข์ โดยทรงแต่งกายเป็นกษัตริย์ กรทั้งสี่มีของถือต่างกันตามความในโองการแช่งน้ำ คือ จักร สังข์ คฑา ธรณี ดังนั้นจักรจึงถือเป็นของสูงเคียงคู่พระนารายณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นองค์พระมหากษัตริย์นั่นเอง



ขึ้น

รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พ.ศ. ๒๓๖๐ - ๒๓๖๖ (รัชกาลที่ ๒) ประเทศอังกฤษได้เข้ามาตั้งสถานีการค้าขายอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และพระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือกำปั่นของหลวงขึ้น ๒ ลำเพื่อล่องค้าขายระหว่างสิงคโปร์และมาเก๊า โดยที่เรือหลวงทั้งสองลำดังกล่าวจะชักธงแดงตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา กระทั่งวันหนึ่งประเทศอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าเมืองสิงคโปร์ได้บอกกับนายเรือหลวงของสยามให้มากราบบังคับทูลพระเจ้ากรุงสยามว่า ..."เรือเดินทะเลชาวมลายูที่ค้าขายกับสิงคโปร์ก็ชักธงแดงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงขอให้พระเจ้ากรุงสยามใช้ธงอย่างอื่นเสีย เพื่อจะได้จัดการรับรองเรือหลวงได้สะดวกและไม่สับสน"... และที่สำคัญในช่วงรัชกาลที่ ๒ นี้ พระองค์ทรงได้ช้างเผือกเอกมาสู่พระบารมีถึง ๓ ช้าง คือ พระเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวตคชลักษณ์ ซึ่งถือเป็นพระเกียรติยศอย่างสูง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำรูปช้างสีขาวยืนพื้นอยู่ในวงจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงอันมีความหมายว่า “พระเจ้าแผ่นดินผู้มีช้างเผือก” และธงรูปช้างเผือกสีขาวอยู่ในวงจักรสีขาวนี้ก็ใช้เฉพาะเรือหลวงเท่านั้น ส่วนเรือพ่อค้าไทยทั่วไปก็ยังคงใช้ธงแดงอยู่ตามเดิม โดยใช้ธงสยามแบบนี้จนถึงปลายรัชกาลที่ ๓





จดหมายเหตุเรื่องรับพระยาเศวตกุญชร ช้างเผือกแรกได้ในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๓๕๕
และช้างเผือกนี้ เป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธงชาติสยามบนเรือหลวง
ซึ่งแต่เดิมมีเพียงวงจักรสีขาววางบนผืนผ้าแดงและใช้เฉพาะสมัยรัชกาลที่ ๑
มาเป็นแบบเพิ่มรูปช้างเผือกสีขาววางอยู่กลางวงจักรสีขาวในสมัยรัชกาลที่ ๒






พอ

ขึ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) สยามได้มีการทำหนังสือสัญญาเปิดการค้าขายกับชาวตะวันตกมากขึ้น ทำให้มีเรือสินค้าของประเทศต่างๆ ทั้งจากยุโรปและอเมริกาล่องเข้ามาค้าขายมากขึ้น พร้อมทั้งมีสถานกงสุลตั้งอยู่ในพระนคร ซึ่งชักธงชาติของประเทศตนเองขึ้นเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ประเทศสยามจะต้องมีธงชาติที่แน่นอน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชดำริว่าธงสีแดงซึ่งเป็นธงที่ใช้กับเรือของสามัญชนชาวสยามนั้น ซ้ำกับประเทศอื่น ยากต่อการแยกแยะ สมควรยกเลิกเสีย และหันมาใช้ธงอย่างเรือหลวงเป็นธงชาติสยามสำหรับเรือสามัญชนด้วย แต่โปรดเกล้าให้เอารูปวงจักรสีขาวออกเสีย เพราะเป็นของสูงซึ่งถือเป็นเครื่องหมายเฉพาะของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น โดยให้คงไว้แต่รูปช้างเผือกอยู่กลางธงแดง แต่ทว่าให้ปรับขนาดช้างเผือกให้ใหญ่ขึ้น โดยในช่วงแรกเป็นแบบช้างเผือกยืนพื้น ต่อมาปรับรูปช้างเป็นแบบช้างเผือกปล่อย

(หมายเหตุ : จากหลักฐานล่าสุดที่พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทยได้ค้นคว้าจนค้นพบเรื่องการใช้ธงช้างเผือกเป็นธงชาติสยาม ได้พบว่ามีหนังสือหลายเล่มของต่างประเทศ ได้พิมพ์ธงช้างเผือก ในฐานะธงชาติสยามมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๒ แล้ว ... โปรดศึกษาหลักฐานจากเมนูหน้าเฉพาะเรื่องข้างล่าง)










เชื่อหรือไม่ว่า? ...ในช่วงรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๕
สยามได้ใช้ธงช้างเผือกยืนพื้นก่อนมาเป็นธงช้างเผือกปล่อยด้วย
กรุณาคลิกที่นี่...เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม!




ตราประทับสำคัญบนแผ่นดินสยามสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำด้วยงาช้างแกะสลักด้ามทำด้วยเขาสัตว์
บนตราประทับมีรูปธงช้างเผือก ๒ ผืนไขว้กัน ระบุปีบนตราประทับคือจุลศักราช (จ.ศ.) ๑๒๔๒




(บน) มีการใช้ธงช้างหลายรูปแบบ ไม่มีแบบที่ถูกต้อง ต่อมาจึงต้องมีการออกพระราชบัญญัติธงขึ้น

ครั้น

ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ก็ได้ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยามเป็นครั้งแรก ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก ๑๑๐ ต่อมาคือพระราชบัญญัติธงสยาม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๖ และพระราชบัญญัติธงสยาม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๘ โดยทุกฉบับได้ยืนยันถึงลักษณะของธงชาติสยามเป็นแบบธงพื้นสีแดงตรงกลางเป็นรูปช้างเผือกสีขาวปล่อยหันหน้าเข้าหาเสา






คลิกที่นี่...เพื่อเข้าสู่หน้าพระราชบัญญัติธงว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม





(บน) โปสการ์ดเก่าสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่พิมพ์รูปธงช้างตามพระราชบัญญัติธง ร.ศ. ๑๑๐


ภาย

หลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ได้ทรงพระราชดำริว่า เมื่อมองธงชาติซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นแต่ไกล จะมีลักษณะไม่ต่างจากธงราชการเท่าไร และรูปช้างที่อยู่กลางธงก็ไม่งดงาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้ออกประกาศเพิ่มเติมและแก้ไขพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทรศก ๑๒๙ ตามมาตรา ๔ ข้อ ๑๕ โดยแก้ไขลักษณะธงชาติเป็นดังนี้ (คลิกที่นี่!!!)"ให้แก้ธงชาติเปนพื้นสีแดง กลางเปนรูปช้างเผือกทรงเครื่อง ยืนแท่น หน้าหันเข้าเสา สำหรับเปนธงราชการ" ประกาศมา ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๙ ซึ่งถือเป็นธงช้างรูปสุดท้ายของธงในสมัยรัตนโกสินทร์








(บน) ธงชาติสยามแบบช้างเผือกทรงเครื่องสำหรับใช้ในส่วนราชการสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้มีการนำไปพิมพ์อยู่บนบัตรสะสมสินค้า (Trade card) ในต่างประเทศด้วย



และ

ช่วงท้ายในปีพ.ศ. ๒๔๕๙ ก็ได้มีการยกเลิกการใช้ธงชาติแบบช้างเผือกทรงเครื่อง ยืนแท่น หน้าหันเข้าเสา เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเปลี่ยนธงช้างเป็นธงแถบสี เพราะทรงเห็นความลำบากของราษฎรที่ต้องสั่งซื้อธงช้างมาจากต่างประเทศ และบางครั้งเมื่อเกิดความสะเพร่าติดธงผิด รูปช้างกลับเอาขาชี้ขึ้นเป็นที่น่าละอาย (สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๙ พระองค์ท่านได้เสด็จประพาสวัดเขาสะแกกรังและได้ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านประดับธงช้างเผือกกลับหัว (หมายเหตุ: เหตุการณ์นี้เกิดก่อนพระราชบัญญัติธงฉบับธงช้างเผือกทรงเครื่องที่ปรากฏอยู่ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๙ ดังนั้นย่อมต้องเป็นธงช้างเผือกปล่อยบนพื้นแดงแบบสมัยรัชกาลที่ ๕ อย่างแน่นอน)) ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นธงแถบสีแล้ว ราษฎรก็สามารถทำธงใช้ได้เอง และจะช่วยขจัดปัญหาการติดผิดพลาด โดยก่อนออกพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ได้ทรงทดลองใช้ธงชาติไทยแบบริ้วขาวแดงห้าริ้วติดอยู่ที่สนามเสือป่าในช่วงระยะหนึ่ง


คลิกอ่าน เหตุที่พระบามสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนธงชาติไทย
โดย จมื่นอมรดรุณารักษ์
จากหนังสือ วชิราวุธานุสสรณ์ ๒๔๙๖










(บน) โปสการ์ดที่มีการพิมพ์มาจากญี่ปุ่นและทำออกมาจำหน่ายในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งตรงกับช่วงที่สยามเปลี่ยนจากการใช้ธงสยามแบบธงช้างเผือกมาเป็นธงสยามแบบธงแดงขาวห้าริ้วพอดี นั่นก็คือประมาณพ.ศ. ๒๔๕๙ นั่นเอง



(บน) รูปธงชาติสยามแบบธงแดงขาวห้าริ้ว ที่ถูกนำไปพิมพ์อยู่บนเกมส์ธงไพ่โบราณที่ออกมาในต่างประเทศช่วงสมัยรัชกาลที่ ๖

แต่

เนื่องจากธงแดงขาวห้าริ้ว เมื่อดูแล้วไม่สง่างาม จึงมีการปรับเปลี่ยนแถบตรงกลางซึ่งเป็นสีแดงให้เป็นสีน้ำเงินขาบ การเพิ่มสีน้ำเงินนี้ปรากฏอยู่ในพระราชหัตถเลขาในบันทึกส่วนพระองค์ วันเสาร์ที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๖๐ ว่าได้ทอดพระเนตรบทความแสดงความเห็นของผู้ใช้นามแฝงว่า "อะแคว์ริส" ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ เดลิเมล์ ภาษาอังกฤษ ฉบับวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ได้ทรงแปลข้อความนั้นลงในบันทึกด้วย มีความโดยย่อว่า ...

" เพื่อนชาวต่างประเทศของผู้เขียน (อะแคว์ริส) ได้ปรารภถึงธงชาติแบบใหม่ว่า ยังมีลักษณะไม่สง่างามเพียงพอ ผู้เขียนก็มีความเห็นคล้อยตามเช่นนั้น และเสนอแนะด้วยว่า ริ้วตรงกลางควรจะเป็นสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้าเปลี่ยนตามนี้แล้ว ธงชาติไทยก็จะประกอบด้วยสีแดง ขาว น้ำเงิน มีสีเหมือนกับธงสามสีของฝรั่งเศส ธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษ และธงดาวของสหรัฐอเมริกา ประเทศพันธมิตรทั้งสามประเทศ คงเพิ่มความพอใจในประเทศไทยยิ่งขึ้น เพราะเสมือนยกย่องเขา ทั้งการที่มีสีของพระมหากษัตริย์ในธงชาติ ก็จะเป็นเครื่องเตือนให้ระลึกถึงพระองค์ในวาระที่ประเทศไทยได้เข้าสู่เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ด้วย... "

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เมื่อทรงทดลองวาดภาพธงสามสีลงในบันทึก ทรงเห็นว่างดงามดีกว่าริ้วขาวแดงที่ใช้อยู่ ต่อมาเมื่อเจ้าพระยารามราฆพ (ขณะนั้นยังเป็นพระยาประสิทธิศุภการ) ไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้นำแบบธงไปถวายเพื่อทูลขอความเห็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถก็ทรงเห็นชอบ และรับสั่งว่าถ้าเปลี่ยนในขณะนั้นจะได้เป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้พระยาศรีภูริปรีชา ร่างประกาศแก้แบบธงชาติสยาม และได้ทรงนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะเสนาบดีเพื่อฟังความเห็น ที่ประชุมลงมติเห็นชอบธงสามสีตามแบบที่คิดขึ้นใหม่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นเรียกว่า พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ มีผลบังคับใช้ภายหลังวันออกประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ๓๐ วัน ซึ่งต่อมาธงสยามแบบล่าสุดนี้ถูกเรียกว่า "ธงไตรรงค์"






พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขอร่ำรำพรรณบรรยาย ..... ความคิดเครื่องหมาย ..... แห่งสีทั้งสามงามถนัด

ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ ..... หมายพระไตรรัตน์ ..... และธรรมะคุ้มจิตไทย

แดงคือโลหิตเราไซร้ ..... ซึ่งยอมสละได้ ..... เพื่อรักษะชาติศาสนา

น้ำเงินคือสีโสภา ..... อันจอมประชา ..... ธ โปรดเป็นของส่วนองค์

จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์ ..... จึ่งเป็นสีธง ..... ที่รักแห่งเราชาวไทย

ทหารอวตารนำไป ..... ยงยุทธ์วิชัย ..... วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ


ประวัติธงสยามเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒
ในสารคดี ชุด ๑๐๐ ปีไกลบ้าน ตามเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง






ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย
ออกอากาศในรายการคุณพระช่วย





กรุณาคลิกแต่ละรูป (Banner) เพื่ออ่านรายละเอียดภายใน


ธงช้างที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์ครั้งแรก

สิ่งที่คนไทยต้องรู้และไม่ควรกระทำต่อธงช้างเผือก

พิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ธงสยาม

ประชุมเรื่องสีมาตรฐานธงชาติไทย

นิทรรศการ ธงชาติคือเอกลักษณ์ของชาติ เอกราชของไทย

โครงการธงไตรรงค์ ธำรงไทย

ประกวดวาดรูปธงชาติไทย

โครงการ ธงไตรรงค์ ธำรงไทย

 อยากรู้ประวัติธงชาติ คลิกที่นี่

นิทรรศการแผ่นดินของเรา

จัดแสดงธงชาติผืนที่ใหญ่ที่สุดและเล็กที่สุด

อาจารย์โดม สุขวงศ์ มอบธงช้างเผือกทรงเครื่อง ธงชาติสยามสมัยรัชกาลที่ ๖

การมอบธงช้างเผือกให้กับนักอนุรักษ์คนสำคัญระดับชาติเพื่อใช้ประโยชน์

แรกมีเสาธงในพระบรมมหาราชวัง

ธงช้างเผือก ธงชาติสยามพิมพ์ใน Flags of Maritime Nations

ชักธงช้างเผือกลง สยามสูญเสียเอกราช

งานรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ปีที่ ๑๑๙ ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า

โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องธงชาติ และเพลงชาติ ณ ศาลาว่าการจังหวัดชัยนาท

โครงการธงไตรรงค์ ธำรงไทย ณ จังหวัดนครปฐม

การบรรยายประวัติธงชาติ การใช้ การชัก การประดับ กฎ ระเบียบ ในหลักสูตร การปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ รุ่นที่ ๗ ณ โรงเรียนกิจการพลเรือนทหารบก

ภาพวาดลายเส้นฝีมือฝรั่งจากหนังสือพิมพ์ The Illustrated London News ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เป็นภาพเรือพระที่นั่ง  โปรดสังเกตดีๆ ธงที่ชักท้ายเรือนั้น บนธงที่เห็นเป็นลายเส้นบางๆ เป็นรูปอะไรเอ่ย

เบื้องหลังภาพนิ่งการถ่ายทำรายการ คนไทย หัวใจไม่ท้อ ตอน ความภูมิใจของชายผู้รักชาติ พฤฒิพล ประชุมผล

ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยโดยละเอียด

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ณ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

แคนดี้ รากแก่น ณ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย

ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทยโดยละเอียด

ถ่ายทำรายการท้าให้อ่าน คำถามคือ ธงชาติไทยลำดับสุดท้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์แบบในปัจจุบันนี้คือ ธงชาติไทยที่มีลักษณะแบบใด

บันทึกไทยเบฟ ตอนพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย





อ่านหนังสือ นิตยสาร ที่ลงเรื่องราวแนะนำพิพิธภัณฑ์ฯ




(บน) บทสัมภาษณ์จาก Thai-ASEAN News Network (TAN NETWORK)




เวปไซต์โดย: พิพิธภัณฑ์ธงสยาม (Siam flag museum)

การเข้าชมพิพิธภัณฑ์: เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ธงสยาม ไม่ได้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ถ้าท่านใดมีความต้องการที่จะเข้าชม โปรดกรุณาโทรศัพท์จองล่วงหน้าที่หมายเลข ๐๒๙๓๙๙๕๕๓ หรือส่งโทรสารแจ้งความจำนงการเข้าชมได้ที่หมายเลข ๐๒๙๓๙๙๕๕๒



สถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์:
พิพิธภัณฑ์ธงสยาม
๑๕ ลาดพร้าว ๔๓
อ.ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐

SIAM FLAG MUSEUM:
15 Lad Phrao 43
Lad Phrao RD.
Huay Kwang
Bangkok 10310
Thailand
Official website: http://www.siamflag.org
E-mail: siamflag@hotmail.com






Make a donation


Donate Online, Please click on the PAYPAL logo as below :






Now, you are on PAYPAL page.

How to donate for the Thai national flag museum through PAYPAL


Step by Step

 First step : Send money (donate) by insert an Email as below: 

siamflag@hotmail.com 


Then, 

Insert amount that you would like to danate 












พิพิธภัณฑ์ธงสยาม...ยินดีรับบริจาคและรับซื้องานสะสมเก่าหรือของเก่าโบราณที่มีรูปหรือเกี่ยวเนื่องกับธงสยาม (ธงช้างเผือก) เช่น ธงช้างจริงที่ใช้สมัยรัชกาลที่ 4 และสมัยรัชกาลที่ 5 โปสการ์ดเก่า รูปถ่ายเก่า หนังสือเก่า แผนที่โบราณที่มีรูปธงช้าง ถาดเจริญธงช้าง ฯลฯ เพื่อนำของเก่าเหล่านี้ไปจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ธงสยาม...ท่านใดที่มีของเหล่านี้และสนใจที่จะบริจาคหรือขาย กรุณาติดต่อโดยตรงที่พิพิธภัณฑ์ธงสยาม หมายเลขโทรศัพท์ 02-9399553 หรืออีเมล์ siamflag@hotmail.com

ชมงานพิมพ์หินรูปธงช้าง (Siamese flag) จากที่ต่างๆ ซึ่งปรากฏอยู่บนผังธงโลก
ชมงานพิธีอัญเชิญธงสยาม ณ พิพิธภัณฑ์ธงสยาม ร่วมฉลอง ๑๐๐ ปีเสด็จประพาสยุโรป
สุดยอดงานสะสมที่เกี่ยวเนื่องกับธงสยามหรือธงช้างที่อยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๕
ชมธงสยามแบบต่างๆ และอ่านพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยามร.ศ. ๑๑๐
ชมภาพถ่ายโบราณที่มีธงสยามหรือธงช้างประดับอยู่ในภาพซึ่งอยู่ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕
ร่วมพิสูจน์ปริศนาว่าด้วยธงสยามแบบช้างยืนพื้นนั้น...มีจริงหรือไม่?
ร่วมพิสูจน์ปริศนาว่าด้วยธงสยามแบบช้างชูงวงนั้น...มีจริงหรือไม่?
เชื่อหรือไม่...ธงช้างแบบช้างอ้วนสั้นเคยใช้รับเสด็จฯ ที่เดนมาร์กมาแล้ว
ชมภาพประวัติศาสตร์ครบรอบ ๑๐๑ ปี "ใต้ร่มช้าง วันตราดรำลึก" ณ จังหวัดตราด
ภาพวาดธงช้างจิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงผนวชวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
อ่านประวัติการชักธงชาติครั้งแรกของสยาม เรื่องและภาพโดยเทพชู ทับทอง
อ่านเรื่องป้อมป้องปัจจามิตร กับเกล็ดเรื่องราว...แรกมีเสาธงในสยาม
ชมเบื้องหลังการถ่ายทำและบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อแนะนำพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
ชมภาพกิจกรรมหลากหลายรูปแบบนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
พิพิธภัณฑ์ธงสยามและคุณชมพู ฟรุ๊ตตี้ รวมใจมอบให้ครูใต้ผู้เสียสละ
ฟังรายการวิทยุ ตะลอนทัวร์ครอบครัวไทย แนะนำพิพิธภัณฑ์ธงสยาม
ร่วมชมธงช้างของแท้ดั้งเดิมผืนโบราณ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี
พิพิธภัณฑ์ธงสยามมีความยินดีและขอต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทุกท่าน